ไปสูดกำมะถันกันที่ คาวาอีเจี้ยน

KAWAH IJEN

ใครคิดถึงการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศบ้าง เชื่อว่าหลายๆ คน ที่รักในการเดินทาง ท่องเที่ยว ในสถานการณ์ที่ทุกคนต้องเฝ้าติดตามการแพร่ระบาด ของไวรัส CORONA แน่นอนว่า ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ในเร็วๆ นี้

ทำได้เพียงเปิดรูป การเดินทางเก่าๆ ของตัวเอง ในปีที่ผ่านมา ว่ามีทริปการเดินทางไหน ที่ทำให้เรา คิดถึง หนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เรา ประทับใจ อีกหนึ่งแห่งนั้น คือ ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน (KAWAH IJEN) ประเทศอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ เคยได้เห็น บล็อกเกอร์ดังๆ หลายท่าน เดินทางไปที่นี่ ตัวเราเองเป็นคนที่รักการผจญภัย และเสาะหาสถานที่ใหม่ๆ ให้ตนเองได้ไปเยือนสักครั้ง อดไม่ได้ที่จะสนใจ และวางแผนการเดินทางของตนเองเมื่อโอกาสมาถึง

ทริปนี้เกิดขึ้น เมื่อ กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา เมื่อตั๋วเครื่องบินมีราคาที่มนุษย์เงินเดือนแบบเราเอื้อมถึง ก็ไม่รอช้า จองทันที คำนวณการเดินทาง จากแพลนคร่าวๆ ว่าทริปนี้ต้องคุ้มที่สุด เลือกบินไปลงที่บาหลี และกลับทาง สุราบายา ทำการบ้านมาแล้วว่า ต้องเก็บ ที่เที่ยว ให้ได้มากสุด ลางานแล้วทั้งที  

สรุปได้ราคาค่าตั๋ว เครื่องบิน และกำหนดบิน วันที่ 10-16/07/2019 ขาไป DMK-DPS 2,300 บาท ขากลับ SUB-KUL-DMK 3,100 บาท โดยสายการบินแอร์เอเชีย

ตั๋วเครื่องบินอยู่ในมือแล้ว จากนั้นก็วางแพลนกันเลย อ่านรีวิวมา ส่วนใหญ่คนไทยที่ไป จะจองทริปผ่านเอเจนซี่ทั้งนั้นเลย ใช้ไกด์ท้องถิ่น และเช่ารถพร้อมคนขับกันทั้งนั้น ตัดสินใจติดต่อ #bromozigzag ตามที่บล็อกเกอร์หลายคนแนะนำ คุยง่าย ใช้ภาษาอังกฤษแบบงูๆ ปลาๆ ยังคุยกันรู้เรื่องเลย ฮ่าๆ บอกแผนและสถานที่ๆ เราต้องการจะไป วันเวลา จำนวนคน เขาจัดการให้หมดเลยพร้อมทั้งเสนอราคามา

ส่วนการท่องเที่ยวในบาหลี เขาก็แนะนำเพื่อนเขามาให้เราดีลเอง เพราะการเที่ยวในบาหลี เราต้องการแค่คนขับรถ และรถเช่าเท่านั้น เพราะที่พักมีเยอะมาก เราสามารถจองเองได้เลย ไม่ต้องผ่านเอเจนซี่

เมื่อวันเดินทางมาถึง ก็ตื่นเต้นมาก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่การเดินทางต่างประเทศครั้งแรก แต่มันคือ อินโดนีเซียครั้งแรกละมั้ง ตัดภาพมาถึงวันเดินทางไป ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน (KAWAH IJEN) เลยนะ ฮ่าๆ เพราะประทับใจมาก ไกด์ส่งเราเข้านอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม และบอกว่าจะปลุก 5 ทุ่มครึ่ง โอโห สรุปนอนไป 3 ชั่วโมง ตอนนั้นที่อินโดนีเซีย อากาศหนาวมาก ประมาณ 10 องศา ออกเดินทางจากที่พักตอนเที่ยงคืน ใช้เวลาเดินทางไป ถึงที่นู่นประมาณตี 2 มีเวลาพอที่จะงีบต่อบนรถได้อีกหน่อย

KAWAH IJEN

เมื่อไปถึง ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน (KAWAH IJEN) ก็เริ่มเดิน นักท่องเที่ยวเยอะมาก มีไกด์ท้องถิ่นมารอรับและดูแลคนในทริปเรา 9 คน เดินขึ้นตลอด ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร มันไม่ไกลนะ  แต่ด้วยสภาพอากาศที่หนาวมาก มันดูไกลจัง ฮ่าๆ ถ้าใครเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาไม่พอ ที่นั่นเขามีขายนะ ไม่ว่าจะเป็น ถุงมือ หมวก เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ เรียกได้ว่า หากมีเงินก็แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง แต่ราคาไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับที่บ้านเรา ถุงมือน่าจะอยู่ที่ประมาณ 100-200 เท่านั้นจากนั้นจะต้องเดินลงไป Ijen Crater ที่เราต้องการดู Blue fire อีก 1 กิโลเมตร จากยอดเขามองลงไปด้านล่าง เห็นประกายไฟสีน้ำเงิน สว่างวาบเป็นระยะๆ ตื่นเต้นมาก ลำบากก็ต้องลงไป  

ถึงตรงนั้นฟ้าก็เกือบสว่าง ตี 5 กว่าๆ เพราะ การเดินลง ใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากนักท่องเที่ยวเยอะ และทางลงค่อนข้างชัน และแคบ เป็นภูเขาหิน ไม่ใช่ทางเดินที่ค่อนข้างสะดวก บางช่วงจะต้องมีคนช่วยพยุง ไปถึงด้านล่าง จะต้องมีหน้ากาก ซึ่งไกด์ท้องถิ่นเขาจะมีเตรียมไว้ให้  เนื่องจากซัลเฟอร์ หรือที่เราเรียกว่า กำมะถัน จะแรงมาก หายใจลำบาก และแสบจมูก แต่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องลงไปถึง Blue fire แบบใกล้ชิดให้ได้แหละ ไม่กลัวหรอกกกกก

Blue fire

พอเข้าไปถึง ใกล้ๆ ก็แทบจะหายใจไม่ได้แล้ว อาการแสบคอมาเยือนจ้า ยิ่งถ้ามีลมพัดมา จำเป็นจะต้องหลับตาเลย บางช่วงก็มีอาการสำลักซัลเฟอร์ จนไอไม่หยุด ฟ้าก็จะสว่าง  คิวถ่ายรูปก็ไม่ได้สักที พอกำลังจะได้รูป ควันต้องนั้นก็ปะทุออกมาระลอกใหญ่ มองอะไรแทบไม่เห็นแล้ว ไกด์ท้องถิ่นเรียกให้กลับ เพราะอันตรายมาก แต่ตอนนั้นเดินออกจากจุดนั้นไม่ได้ เนื่องจากมองไม่เห็น และสำลักควันอยู่ ทั้งน้ำตาไหล ทั้งไอสุดๆ ฟ้าก็สว่างทันที

สรุปไม่ได้รูปกับ เปลวไฟสีน้ำเงิน หรือ Blue fire เลย พอสถานการณ์คลี่คลาย ก็ได้เวลาจะต้องเดินทางกลับขึ้นด้านบน แต่สายตาก็พลันเหลือบไปเห็น วิวที่สวยงามมากของ Blue Lake สีเทอคอยซ์ ที่เราเห็นตาม instragram ของจริงมันสวยมาก เรียกว่าตะลึงเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าหากว่าจะไปชมวิวใกล้ๆ จุดนั้น ไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน ฮ่าๆ เพราะไกด์หายไปแล้ว หาไม่เจอ คงจะพาเพื่อนๆ บางคนในกลุ่มกลับขึ้นไปก่อนหน้านี้ แต่ถ่ายรูปวิวจากตรงนี้ก็สวยมากแล้ว

อยู่ตรงนั้น ถ่ายรูปกับ Blue Lake หรือ Sulpher Lake จนได้รูปที่พอใจ ก็ต้องเดินทางกลับ แต่ในระหว่างเดินขึ้น เราจะหันหลังเหลียวไปมองวิวของทะเลสาบ ตลอดเวลา เดินไป หยุดชมวิวไป กว่าจะถึงด้านบน เพราะมันอลังการจริงๆ สำหรับเรา กลายเป็นลืมเรื่องเปลวไฟสีน้ำเงินไปเลย ทะเลสาปซัลเฟอร์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลก

Ijen volcano
Sulpher Lake

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไป ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน (KAWAH IJEN)

  • ออกกำลังกายมาก่อนเถอะ ถึงจะไม่ไกล แต่ก็เหนื่อยนะ ถ้าไม่ฟิต ทางลาดชันพอสมควร มีบางช่วงที่ชันประมาณ 45 องศา แต่ถ้าเดินไม่ไหว มี TAXI ใช้เงินแก้ปัญหาได้
  • เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม ศึกษาสภาพอากาศก่อนวันเดินทาง แต่ถ้าลืมก็มีขาย ใช้เงินในการแก้ปัญหาได้อีกแล้วจ้ะ
  • ไฟฉาย จะต้องมี เพราะการเดินทางไป จะเดินกันในเวลากลางคืน และบนเขาไม่มีไฟเด้อ หากไม่มีก็เปิดไฟในโทรศัพท์มือถือก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ไฟฉายแบบคาดหัว เพราะจะได้ไม่ต้องถือ
  • น้ำดื่ม ใส่เป้ไปสัก 1 ขวด จิบน้ำทีละนิด บ่อยๆ
  • หน้ากาก ต้องมี 2 แบบ แบบธรรมดา และแบบกันซัลเฟอร์ เตรียมไปเองจะดีกว่า อาจจะหาเท่ๆ ใส่เป็นพร้อบได้ เพราะแบบที่ไกด์ท้องถิ่นมีให้เรา ก็ไม่ได้มีคุณภาพมากเท่าไร จริงๆ ไม่รู้มันช่วยเราได้ไหม หึๆ
  • เสื้อผ้าที่เราใช้เดินทางไปที่นี่ กลิ่นจะคงอยู่แม้กลับมาบ้าน ซักไปหลายรอบก็ตาม ให้เตรียมถุงมาใส่แยกกับชุดเดินทางอื่นๆ เพราะกลิ่นจะไปติดชุดอื่นๆ แน่นอน  
KAWAH IJEN
KAWAH IJEN
ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน

loadoffun เว็บไซต์แนะนำ จุดเช็คอิน ที่เที่ยว ร้านกาแฟ ร้านอาหาร คาเฟ่ สถานที่ท่องเที่ยว ทั่วประเทศ เที่ยวต่างประเทศ ที่เราจะมา รีวิว ให้ทุกท่านเหมือนกับได้ไปเที่ยวเอง ในแบบ เที่ยวทั่วไทย เที่ยวทั่วโลก เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกท่านว่า ไปเที่ยวที่ไหนดี

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

9 + 71 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save